“ระบบพื้นยก”เพื่อการปรับปรุงพื้นที่ภายนอกอาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุด


บทความนี้เขียนถึง "ระบบพื้นยก" เพื่อที่ท่านจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์กับพื้นที่ภายนอกอาคารได้อย่างคุ้มค่า

เนื่องจากในสภาวะการณ์ปัจจุบันราคาที่ดินในหลาย ๆ ทำเลมีการขยับตัวสูงขึ้นอย่างมาก การปรับปรุงใช้ประโยชน์กับพื้นที่ในอาคารนับเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะก่อให้เกิดผลตอบแทนที่เพิ่มพูนขึ้นของเจ้าของอาคาร


การปรับปรุงพื้นที่เดิมมาใช้งาน มีหลายแนวทาง เช่น การก่อด้วยอิฐ หรือเทปูนวางแผ่นพื้น , การเชื่อมวางโครงเหล็ก การใช้ขาตั้งพื้นยกภายนอกอาคารที่ผลิตจากวัสดุพลาสติก Polypropylene ร่วมกับพื้นปิดผิวหน้า   ซึ่งแต่ละชนิดของงานมีข้อเด่นและด้อยแตกต่างกันไป ดังจะเห็นจากข้อมูลเปรียบเทียบ

การก่ออิฐ เทปูนก่อนวางแผ่นพื้นหรือระบบพื้นปิดผิวอื่นๆ

ข้อดี  แข็งแรงทนทานยาวนาน ทนต่อสภาวะอากาศ

ข้อด้อย  การก่ออิฐ เทปูนเป็นงานเปียกต้องขนย้ายวัสดุขึ้นบนอาคาร อาจก่อให้เกิดฝุ่นละออง และความสกปรก เพิ่มน้ำหนักบรรทุกของพื้นที่ที่จะปรับปรุงขึ้นสูงมาก อาจจะมีส่วนที่กีดขวางทางระบายน้ำลงท่อเดรน ภายหลังหากจะใช้พื้นที่ทำกิจกรรมอื่น ทำได้ยากต้องทำการทุบทิ้ง

  

การเชื่อมวางขาเหล็ก ก่อนวางระบบพื้นปิดผิว

ข้อดี        แข็งแรงทนทาน ติดตั้งรวดเร็ว
ข้อด้อย   งานเชื่อมเป็นงาน Hot work ที่ต้องระมัดระวังประกายไฟจากการเชื่อมขาเหล็ก    มีน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก    ในระยะยาวโครงสร้างเหล็กจะเกิดสนิม โดยเฉพาะพื้นที่ที่สัมผัสไอเค็มการกัดกร่อนของสนิมจะเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ซึ่งการซ่อมแซมจะทำได้ยาก

การใช้ระบบขาตั้งพื้นยกภายนอกอาคาร

ข้อดี    ติดตั้งง่าย สามารถยึดโดยใช้ระบบกาวซีแลนท์หรือสกรูสแตนเลสยึด น้ำหนักขาตั้งจะเบากว่าระบบอื่นๆ และ เนื่องจากพลาสติก Polypropylene มีคุณสมบัติที่ทนทานต่อ  สภาวะแวดล้อม ทนต่อการแช่อยู่ในสภาพน้ำขังหรือุณหภูมิร้อนบนหลังคาได้  โดยปกติพลาสติก Polypropylene จะมีการออกแบบสารผสมให้สามารถทนทานต่อแสง UV ได้ยาวนาน และระบบขาตั้งพื้นยกจะอยู่ใต้ชั้นพื้นปิดผิวบนจึงไม่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ขาตั้งสามารถใช้งานในพื้นที่ที่สัมผัสไอเค็ม ไอทะเล ได้ดี

  

รายละเอียดของระบบพื้นยกภายนอกอาคาร

ระบบพื้นยกภายนอกอาคารสามารถที่จะแยกออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ

  1. ส่วนของขาตั้ง

ซึ่งจะผลิตขึ้นจากวัสดุพลาสติก Polypropylene ที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ทนต่อแสง UV และไอเค็ม ไอทะเลได้ดี ข้อสำคัญคือ มีน้ำหนักเบาแต่สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากถึง 10Kn หรือ 1,000 กิโลกรัมต่อขา มีหลายรุ่นให้เลือกใช้งานสามารถหมุนขยายตัวได้หลายระดับครอบคลุมความสูงตั้งแต่ 37 มม. ถึง 1,016 มม.และส่วนบนแป้นรองรับระบบพื้นจะสามารถปรับระดับได้ถึง 5 องศา จากแนวระนาบ จึงสามารถทดแทนองศาที่ลาดลงของพื้นคอนกรีตเดิม ที่มักจะมีการออกแบบปรับระดับเพื่อให้น้ำไหลระบายลงท่อเดรนระบายน้ำ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์สำหรับประกอบการติดตั้งผิวด้านบน ทั้งระบบหัวรับแผ่นหินหรือหัวรับตงสำหรับวางแผ่นไม้ให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน

  

        2.  ส่วนของพื้นผิวด้านบนขาตั้ง สามารถเลือกใช้ได้อย่างหลากหลาย โดยทั่วไปจะนิยมใช้อยู่ 2 แบบ คือ

        2.1   แผ่นหิน   โดยแผ่นหินที่จะนำมาใช้ จะต้องมีคุณสมบัติแข็งแรงทนทานไม่เปราะแตกหักง่าย สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า 300 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหินธรรมชาติ และหินสังเคราะห์   ซึ่งเป็นการออกแบบ แผ่นกระเบื้องหินสังเคราะห์ ให้มีลวดลายสีสันที่ใกล้เคียงหินธรรมชาติแต่มีค่าการรองรับน้ำหนักต่อจุดที่สูงกว่าในขณะที่ความหนาลดลงช่วยลดทอนน้ำหนักแบก ทานที่จะกดลงสู่โครงสร้างของอาคารได้อีกทาง

แผ่นหินสังเคราห์

         2.2 แผ่นไม้   ประกอบบนตงรับไม้  ซึ่งแผ่นไม้ก็จะมีทั้งระบบไม้ธรรมชาติ  ซึ่งมีจุดเด่นที่ลวดลายสวยงาม คงทนสูง แต่ปัจจุบันก็ค่อนข้างจะหายาก  ราคาสูงและไม้ อาจจะเกิดการบิดตัว อีกทางเลือกคือไม้สังเคราะห์ ปัจจุบันมีการผลิตไม้สังเคราะห์ออกมาหลายชนิดสามารถเลือกใช้งานได้หลากหลาย แต่คุณสมบัติที่ต้องพิจารณาคือ ความสามารถในการรับน้ำหนักของแผ่นไม้และตง ความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชิ้นในบ้านเรา ความทนทานต่อแสงยูวีซึ่งไม่ควรมีการ  เปลี่ยนแปลงคุณลักษณะของพื้นในเวลาสั้นเกินไป

ไม้ธรรมชาติ

ไม้สังเคราะห์

วิธีการติดตั้งระบบพื้นยกภายนอกอาคาร

  1. การสำรวจพื้นที่เพื่อวางแปลนตำแหน่งการจัดวางขาตั้ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุปิดผิวด้านบน โดยทั่วไปการวางขาเพื่อรองรับแผ่นหินมักจะมีขนาดห่างกัน 60 ซม. การวางขาเพื่อรองรับตงของพื้นไม้มักจะมีระยะห่างกันเฉลี่ย 40 ซม. ทั้งนี้การปรับระยะของตำแหน่งขาตั้งจะเปลี่ยนแปลงตามคุณสมบัติวัสดุปิดผิวนั้นๆ
  2. พื้นผิวที่จะทำการติดตั้งขาตั้ง จะต้องมีความเรียบสม่ำเสมอ เมื่อวางขาตั้งแล้วพื้นล่างของขาตั้งจะต้องวางทาบลงบนพื้นอย่างแนบสนิทไม่เคลื่อนไหวตัว และเมื่อวางขาตั้งลงบนตำแหน่งที่กำหนดแล้ว ก็จะทำการยึดเสริมความแข็งแรงด้วยกาวซีแลนท์ หรือหมุดยึดสแตนเลส
  3. ทำการวางระบบวัสดุปิดผิวด้านบนพร้อมปรับระดับความสูงตามระดับที่ออกแบบและความเอียงของพื้นที่

เมื่อเวลาผ่านไป หลังจาการติดตั้งระบบพื้นยกภายนอกอาคารไปแล้ว การที่จะเพิ่มเติมระบบอื่นๆ สามารถทำการติดตั้งได้สะดวกเพียงยกระบบที่ปิดผิวออกเป็นบางจุด หรือในกรณีพื้นไม้ผืนใหญ่ก็สามารถดำเนินการผ่านทางช่องทางเข้าบำรุงรักษาที่ออกแบบไว้โดยง่าย และหากในภายหลังที่ทางอาคารอยากปรับเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวไปใช้งานประเภทอื่น ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย หรือสามารถเก็บรักษาชุดขาตั้งที่ถอดออกไปใช้งานในพื้นที่อื่นได้


 

ติดตามความรู้ข่าวสารงานซ่อมบำรุง Maintenance ฟรี! 

เพิ่มเพื่อน
Line Official @kaybiz 

Posted in การวางแผนซ่อมบำรุงดาดฟ้าอาคาร.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *