วิธีการเลือกใช้งาน ระบบกันซึมประเภทแผ่น Thermoplastic sheet membrane


เนื้อหาในบทความนี้กล่าวถึง ระบบกันซึมประเภทแผ่น Thermoplastic sheet membrane ในหัวข้อดังนี้

  • ประเภทของระบบกันซึมชนิดแผ่น Thermoplastic sheet membrane
  • การเปรียบเทียบคุณสมบัติ
  • ประเภทของวัสดุเสริมแรง
  • ความแตกต่างของแผ่นกันซึม TPO
  • การเลือกใช้งาน
  • การติดตั้งระบบกันซึมชนิดแผ่นแบบใช้กาวยึดติด
  • การติดตั้งด้วยระบบปล่อยหลวม  (loose laying method)
  • การติดตั้งด้วยวิธีการยึดแผ่นกันซึมกับพื้นผิวคอนกรีตด้วยสกูร (mechanical fixing)
  • การเชื่อมต่อแผ่นกันซึมประเภทพลาสติก

โดยทั่วไป Thermoplastic Synthetic Membranes แบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่

1.PLASTOMERIC

made with a mixture of thermoplastic polymers and additives

2.ELASTOMERIC

made with raw rubber - elastomeric polymer and additives. Subsequently it is vulcanized

ในส่วนของ Plastomeric Membranes นั้นสามารถระบุชนิดย่อยได้ ดังนี้

  • TPO (Thermoplastic Olefine) หรือ FPO (Flexible PoliOlefine)
  • FPA (Flexible Poliolefine Alloy)
  • PVC-P (Plasticised PolyVinyl Chloride)

ใน blog นี้เราจะเขียนถึงวัสดุประเภทแผ่นกันซึมชนิด thermoplastic sheet membrane ประเภท Plastomeric ซึ่งในประเทศไทย นิยมใช้กัน จะเป็นแผ่นกันซึมประเภท PVC และ TPO

แผ่นกันซึมประเภท TPO หรือ FPO (Thermoplastic modified polyolefin) องค์ประกอบหลักจะประกอบด้วย 75% เป็น granulated TPO Hyfax และ อีก  25% จะเป็นสารประเภท stabilizer/charges/pigments ขนาดของม้วนขึ้นอยูกับผู้ผลิต แต่โดยมากจะมีขนาดบรรจุหน้ากว้าง 1 เมตร หรือ มากกว่า ความยาว 20 เมตร

แผ่นกันซึมประเภท PVC (Plasticised PolyVinyl Chloride) องค์ประกอบของสารเคมีโดยทั่วไปจะประกอบด้วย 50-55% PVC resin, 30-35% เป็น Plasticisers, 10-20% จะเป็น Stabilisers, pigments.  โดยมากมีขนาดบรรจุหน้ากว้าง 1 เมตร หรือ มากกว่า ความยาว 20 เมตร

ความหนาของแผ่นกันซึมประเภท PVC และ TPO ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยมากจะมีความหนาตั้งแต่ 1.2 - 2.00 มม. ความหนาวัดเฉพาะในส่วนที่เป็น PVC  และ TPO เนื่องจากแผ่นกันซึมบางประเภทซึ่งใช้สำหรับการยึดติดกับคอนกรีตโดยใช้กาว ด้านล่างของแผ่นจะมีใยสังเคราะห์ประสานติดกับแผ่นกันซึมมาด้วยเพื่อใช้สำหรับทากาวเพื่อยึดติกกับผิวคอนกรีตโดยความหนาจะไม่รวมถึงแผ่นใยสังเคราะห์นี้

 

เปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่างแผ่นกันซึมประเภท TPO และ PVC


Properties

PVC

TPO

Weight 1,4 kg/sqm (1mm) 1,0 kg/sqm (1mm)
Workability/softness Flexible and soft Flexible but stiff
Cold bending good very good
Thermal ageing good very good
Resist. to static punching very good good
Resistance to impact very good good
Resistance to burst pressure very good low
welding easy easy

โดยทั่วไปแล้วแผ่นกันซึมทั้ง 2 ประเภทจะมีการใช้วัสดุเสริมความแข็งแรง ด้วยวัสดุ 2 ประเภทในขบวนการผลิต

 

ประเภทของวัสดุเสริมแรง

ประเภทที่ 1 วัสดุเสริมแรงประเภท Polyester mesh

คุณสมบัติเด่นของ Polyester mesh เรื่องของการช่วยเพิ่มแรงดึง ช่วยเพิ่มการรับแรงกระแทก ป้องกันการฉีกขาดได้ดีขึ้น

 

ประเภทที่ 2 วัสดุประเภท fiber glass

คุณสมบัติเด่นของ fiberglass คือเรื่องการรักษาความมีเสถียรภาพของขนาดแผ่น และ เรื่องของการยืดหยุ่น

 

ดังนั้นการเลือกคุณสมบัติของแผ่นก็จะต้องพิจารณาเลือกวัสดุเสริมแรงไปควบคู่ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น High tension membrane ก็มักจะพบการใช้วัสดุเสริมแรงด้วย polyester เป็นต้น

ผ้าใบรับแรงดึงสูงจะใช้แผ่นเสริมแรงประเภท polyester (เอื้อเฟื้อภาพโดย บริษัท ซีวิลมาสเตอร์ คอนสตรัคชั่น จำกัด)

 

ความแตกต่างของแผ่นกันซึม TPO คือ แตกต่างกันที่วัสดุเสริมแรง ในส่วนเนื้อมีความหนาเท่ากัน

การเลือกใช้งาน ระบบกันซึมประเภทแผ่น  Thermoplastic waterproofing membrane สิ่งที่ควรจะพิจารณา

  • วัตถุประสงค์ของการใช้พื้นที่ เช่น ต้องการใช้เป็นพื้นที่สาธารณะยกตัวอย่างการจัดทำสวนบนหลังคา, การพิจารณาใช้ฉนวนกันความร้อน, พื้นที่ลานจอดรถ, พื้นที่สำหรับการจอดเฮริคอปเตอร์ เป็นต้น
  • โครงสร้างที่แผ่นจะไปยึดติด เช่น คอนกรีต, หลังคาเหล็ก หรือ หลังคาประเภทแผ่นซีเมนต์บอร์ด เป็นต้น
  • การยึดติดกับพื้นผิว (แบบยึดติดด้วยกาว ยึดติดด้วยพุก หรือ ปล่อยหลวม)

การเลือกระบบกันซึมและรูปแบบการติดตั้งจะขึ้นอยู่กับประเภทของพื้นผิวโครงสร้าง

รูปแบบการติดตั้งระบบกันซึมชนิด Themoplastic waterproofing membrane มี 3 รูปแบบ

  • ยึดแบบเต็มพื้นผิว
  • ยึดแบบบางส่วน การปูแผ่นกันซึมแบบปล่อยหลวม
  • การปูแผ่นกันซึมแบบ mechanical fixing

การติดตั้งระบบกันซึมชนิดแผ่นแบบใช้กาวยึดติด

การติดตั้งแบบนี้เหมาะสำหรับพื้นผิวที่มีความเรียบเช่น พื้นผิวคอนกรีต การติดตั้งโดยใช้กาวยึดติดมี 2 วิธี คือ

  • การทากาวยึดติดแบบเต็มพื้นผิว (fully bond)
  • การทากาวบางส่วน (partial bond)

ซึ่งทั้ง 2 วิธีการก็เป็นวิธีการที่ใช้งานได้ดีไม่ต่างกันประเภทของกาวที่นิยมใช้กันจะเป็นกาวประเภท โพลียูรีเทน (Polyurethane)

การติดตั้งด้วยระบบปล่อยหลวม  (loose laying method)

การติดตั้งระบบแผ่นกันซึมประเภท synthetic thermoplastic waterproofing membrane โดยวิธีการปล่อยหลวม สามารถอธิบายได้ว่า แผ่นกันซึมเองจะวางเอาไว้บนพื้นผิวคอนกรีตโดยไม่มีการยึดด้วยกาวหรืออุปกรณ์ใดๆ โดยใช้น้ำหนักของวัสดุที่เหมาะสมมาทับเอาไว้เพื่อป้องกันลมหอบ อาทิเช่น หินแม่น้ำ หรือ ปูนปรับระดับเป็นต้น แต่มีข้อสังเกตุจากผู้เขียนว่า กรณีเกิดการรั่วซึมขึ้นเนื่องจากข้อผิดพราดในการติดตั้ง หรือ ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของคน อาจตรวดสอบหารอยรั่วซึมได้ยากกว่าวิธีการติดตั้งแบบใช้กาวยึดติดแบบเต็มพื้นที่

การติดตั้งด้วยวิธีการยึดแผ่นกันซึมกับพื้นผิวคอนกรีตด้วยสกูร (mechanical fixing)

การติดตั้งระบบแผ่นกันซึมด้วยวิธีการยึดสกูรติดกับพื้นผิวคอนกรีต วิธีการนี้เป็นวิธีการที่พบบ่อยในงานโครงการก่อสร้างใหม่และงานซ่อมแซมบำรุงรักษา ข้อดีของการติดตั้งด้วยวิธีการนี้ในงานซ่อมแซมบำรุงรักษา กล่าวคือ สามารถพิจารณาปูทับวัสดุกันซึมเดิมได้โดยไม่ต้องรื้อถอนวัสดุกันซึมเดิมออกการติดตั้งแบบนี้จำเป็นต้องใช้วัสดุแยกระหว่างชั้นกันซึมเก่ากับชั้นของแผ่นกันซึมใหม่ โดยมากจะใช้เป็นวัสดุประเภท geotextile ปูทับลงบนแผ่นกันซึมเดิมก่อนปูทับด้วยวัสดุกันซึมประเภทแผ่นพลาสติกแล้วใช้สกูรที่เหมาะสมยึดติดกับพื้นผิวคอนกรีต  โดยจำนวนของสกูรจะต้องมีจำนวนมากพอเพื่อป้องกันลมหอบและถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในงานประเภทนี้เท่านั้น

หมายเหตุ ในกรณีที่เป็นงานซ่อมแซมบำรุงรักษาจะต้องตรวดดูให้แน่ใจก่อนว่า จะต้องไม่มีฉนวนกันความร้อนเดิมติดตั้งอยู่ เพราะการรั่วของน้ำอาจทำให้ฉนวนกันความร้อนเดิมอุ้มน้ำอยู่ เป็นสาเหตุให้ฉนวนกันความร้อนเสื่อมสภาพไม่สามารถต้านทานการนำความร้อนได้เหมือนเดิม และ อาจสร้างปัญหาการเกิดเชื้อราขึ้นได้

การติดตั้งทั้ง 3 รูปแบบ สามารถใช้งานได้ดี แต่ทางผู้เลือกใช้งานจะต้องเข้าใจข้อดี และ ข้อด้อยของแต่ละระบบ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าพื้นผิวที่จะทำการติดตั้งระบบกันซึมเป็นวัสดุประเภท สมาร์ทบอร์ดที่ไม่มีควาวแข็งแรงมากนักอาจจะเลือกใช้การติดตั้งแบบใช้กาวยึด หรือ กรณีที่ต้องการทำระบบกันซึมทับลงบนวัสดุกันซึมเดิมที่เสื่อมสภาพอาจเลือกใช้วิธีการติดตั้งแบบ mechanical fixing

การเชื่อมต่อแผ่นกันซึมประเภทพลาสติก

เนื่องจากแผ่นกันซึมประเภทพลาสติกจะถูกส่งมาเป็นม้วนตามที่ได้กล่าวไว้ในช่วงต้น ดังนั้นแผ่นกันซึมจะต้องถูกมาเชื่อมต่อกัน วิธีการเชื่อมต่อแผ่นจะใช้วิธีการเชื่อมทับกันโดยมีระยะซ้อนทับตามที่ผู้ผลิตแผ่นกันซึมแนะนำ โดยมากจะมีการซ้อนทับกันไม่น้อยกว่า 5 ซม. ยกเว้นในกรณีที่ติดตั้งทับฉนวนกันความร้อนต้อนซ้อนทับกันมากกว่า 5 ซม. เพื่อป้องกันลมร้อนที่จะใช้หลอมแผ่นให้ละลายติดกันสร้างความเสียหายให้กับฉนวนกันความร้อนได้  ส่วนอุณหภูมิของลมร้อนที่จะใช้หลอมแผ่นก็ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของผู้ผลิตแผ่นกันซึมนั้น  โดยมากจะใช้อุณหภูมิตั้งแต่ 400-500 เซลเซียสในการหลอมละลายแผ่นให้ติดกัน

การเตรียมพื้นผิวก่อนทำการติดตั้งระบบกันซึมประเภทแผ่น  ถึงแม้แผ่นกันซึมจะถูกออกแบบมาเพื่อให้ทนต่อภูมิอากาศ กรณีที่พื้นหลังคาเป็นแอ่ง ควรพิจารณาแก้ไขก่อนทำการติดตั้งระบบกันซึม เพราะวงจรของการแช่ขังของน้ำสลับกับแห้ง จะทำให้อายุการใช้งานของแผ่นกันซึมลดลง


 

ติดตามความรู้ข่าวสารงานซ่อมบำรุง Maintenance ฟรี! 

เพิ่มเพื่อน
Line Official @kaybiz 

Posted in การวางแผนซ่อมบำรุงดาดฟ้าอาคาร.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *