โพลียูเรีย Polyurea Coating Waterproofing วัสดุกันซึมคุณภาพสูง


โพลียูเรีย Polyurea วัสดุกันซึมคุณภาพสูง 

ในบทความนี้กล่าวถึงโพลียูเรียแบบลงลึกในรายละเอียด ดังนี้

  • ประวัติความเป็นมาของวัสดุโพลียูเรีย(Polyurea)
  • ประเภทของวัสดุโพลียูเรีย(Polyurea)
  • วิธีการนำวัสดุโพลียูเรีย(Polyurea)มาใช้งาน
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน
  • คุณสมบัติเด่นของวัสดุโพลียูเรีย(Polyurea)
  • การใช้วัสดุโพลียูเรีย(Polyurea) ในงานก่อสร้าง
  • การใช้วัสดุโพลียูเรีย(Polyurea) ในงานอุตสาหกรรม

โพลียูเรีย Polyurea

คือนิยามที่ใช้เรียกชื่อเทคโนโลยี เหมือนกับนิยามอื่นๆ เช่น อีพ๊อกซี (Epoxy),โพลียูรีเทน (Polyurethane) ในส่วนของ โพลียูเรีย (Polyurea) มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ยูเรีย (Urea) ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1980 ซึ่งเป็น โคโพรีเมอร์ประเภทหนึ่งมีลักษณะคุณสมบัติคล้ายกับอีพ๊อกซีผสมกับโพรียูรีเทน ประกอบด้วยส่วนผสม Isocyanate (เป็นส่วนผสมหลักของโพลียูรีเทน) กับ Terminated Amine Resin blend (ส่วนผสมหลักของอีพ๊อกซี) โดยนักเคมีชาวอเมริกาซึ่งตอนนั้นยังคงทำงานที่ Texaco Chemical Company ซึ่งปัจจุบัน Texaco Chemical Company ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำของโลกคือ Huntsman Corporation

เนื่องจากวัสดุ โพลียูเรีย ได้ถูกนำมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตาม ผู้ปรุงสูตร (formulator) ทำให้โครงสร้างทางเคมีและคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไป ต่อมาได้มีการจัดตั้งสมาคมภายใต้ชื่อ Polyurea Development Association ซึ่งเป็นสถาบันหนึ่งที่ให้ความรู้และกำหนดนิยามของเทคโนโลยีประเภทนี้ ซึ่งทางผู้อ่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ web site ของ Polyurea Development Association

วัสดุโพลียูเรียได้มีการดัดแปลงส่วนผสมโดยนักเคมีของบริษัทฯ ต่างๆ ทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆขึ้นมา เนื้อหาในBlogนี้ทางผู้เขียนจะกล่าวถึงเฉพาะ pure polyurea เท่านั้น

วิธีการนำโพลียูเรีย Polyurea มาใช้งาน

เนื่องจากวัสดุโพลียูเรีย เป็นวัสดุที่มีการเซ็ตตัวเร็วมากประมาณ 10-20 วินาที ( gel time) ซึ่งการใช้งานหากนำส่วนผสมมาผสมกันคงไม่สามารถใช้งานได้ทัน ดังนั้นวัสดุประเภท โพลียูเรีย จะต้องใช้เครื่องพ่นประเภทสองส่วนผสม (plural components spray pump) เพื่อให้ส่วนผสมเอ และ ส่วนผสมบีมาผสมกันที่อุปกรณ์พ่น

อุปกรณ์ประเภทปั๊มและปืนพ่นที่ใช้งานอยู่ในประเทศไทย

ประเภทของโพลียูเรียแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก

1.ประเภท Aromatic

2.ประเภท Aliphatic

ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่ 2 ประการ กล่าวคือ Aliphatic polyurea จะมีคุณสมบัติทนต่อแสงยูวี และ ทนต่อกัดกร่อนของสารเคมีได้ดีกว่าประเภท Aromatic polyurea แต่ก็มีราคาสูงกว่ามากเช่นกัน

คุณสมบัติเด่น

  • เซ็ตตัวและพัฒนากำลังได้เร็ว
  • ทนต่อสภาพภูมิอากาศทุกประเภท
  • ทนต่อกัดกร่อนของสารเคมีได้ดี
  • มีความแข็งแรงสูง
  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • มีความยืดหยุ่นสูง
  • ทนต่อสภาวะการแช่งขังของน้ำได้ดีมาก
  • ไม่มีส่วนผสมของสารทำละลาย

การทดสอบความแข็งแรง วัสดุโพลียูเรีย Polyurea

การทดสอบการแห้งตัวเร็ว วัสดุโพลียูเรีย Polyurea


การนำโพลียูเรียมาใช้งานก่อสร้าง

ระบบกันซึมประเภท seamless waterproofing สำหรับการใช้ในงานก่อสร้างใหม่และบำรุงรักษาอาคารสมัยใหม่
ระบบกันซึมสำหรับพื้นดาดฟ้าอาคารรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ

Aliphatic polyurea เหมาะสำหรับการนำมาใช้งานในพื้นที่ที่โทนสีมีความสำคัญต่อการใช้งาน เช่น พื้นที่จอดรถชั้นดาดฟ้า พื้นที่จอดเฮลิคอปเตอร์ และ สระว่ายน้ำที่ไม่ต้องการติดกระเบื้องเนื่องจาก Aliphatic polyurea ทนต่อการกัดกร่อนของคลอรีนได้เป็นอย่างดี ซึ่งคลอรีนถือเป็นสารเคมีที่มีการกัดกร่อนสูง Disney Land ซึ่งเป็นสวนสนุกระดับโลกก็ใช้ วัสดุ Aliphatic poloyrea ในการเคลือบผิว Theam park.

Aromatic polyurea มีการนำมาใช้งานพื้นที่ดาดฟ้าหลากหลายประเภท และความต้องการอื่นๆเช่น

  • ระบบกันซึมสำหรับถังเก็บน้ำภายในอาคาร  เพื่อการบริโภคภายหลัง มีผู้ผลิตโพลียูเรียบางรายที่ได้รับรองมาตราฐานน้ำดื่ม NSF ซึ่งเป็นมาตราฐานขั้นสูงสำหรับวัสดุที่จะมาสัมผัสกับน้ำเพื่อการบริโภคซึ่งเราสามารถพบเห็นสัญลักษณ์นี้ได้บนบรรจุภัณฑ์ของน้ำดื่มที่มีขายอยู่ในท้องตลาด
  • ระบบกันซึมสำหรับชั้นใต้ดิน สามารถใช้พ่นเคลือบโครงสร้างจากภายนอกอาคารโดยไม่ต้องทำการป้องกันความเสียหายจากถมดินกลับเพราะวัสดุโพรียูเรียมีความแข็งแรงและทนต่อแรงเสียดสีได้ดีเยี่ยมอย่างไรก็ตามการใช้งานประเภทนี้จะต้องสอบถามรายละเอียดขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้องจากทางผู้ผลิต

  • ระบบกันซึมสำหรับลานสเก็ตน้ำแข็ง มีหลายโครงการที่ใช้วัสดุโพลียูเรียในการป้องกันการรั่วซึมเช่น โครงการเดอะมอลล์ สาขานครราชสีมา, เทอมินัล 21 สาขานครราชสีมา และ แฟชันไอซ์แลนด์

 

การนำโพรียูเรียมาใช้ในงานอุตสาหกรรม

  • งานเคลือบผิวคอนกรีตสำหรับพื้นที่บริเวณที่รองรับการรั่วไหลของสารเคมี ซึ่งเรียกว่า bund area หรือ secodnary containment ทั้งนี้ยังมี
  • งานก่อสร้างใหม่ๆ ที่ใช้วิธีการบดอัดดินแล้วใช้แผ่นผ้าใยสังเคราะห์ประเภท geotextile ร่วมกับ โพลียูเรีย เพื่อทดแทนการเทคอนกรีต
  • งานเคลือบถังบำบัดน้ำเสียที่เป็นโครงสร้างเหล็กหรือคอนกรีตเพื่อป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมี รวมถึงถังตกตะกอนที่การใช้งานมีสภาวะการเสียดสีของตะกอนกับถังเป็นต้น
  • งานเคลือบสำหรับพื้นที่บริเวณฐานแทงค์ หรือ Bottom tank เพื่อป้องกันการกัดกร่อนภายใต้ฐานซึ่งจะนำไปสู่การรั่วซึมใต้แทงค์

ติดตามความรู้ข่าวสารงานซ่อมบำรุง Maintenance ฟรี! 

เพิ่มเพื่อน
Line Official @kaybiz 

Posted in การวางแผนซ่อมบำรุงดาดฟ้าอาคาร.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *