ระบบกันซึมและระบายน้ำสำหรับการจัดสวนบนหลังคา


ระบบกันซึมและระบายน้ำ สำหรับการจัดสวนบนหลังคา

การออกแบบระบบกันซึมและการระบายน้ำ สำหรับการจัดสวนบนหลังคา จะต้องคำนึงถึงข้อมูลพื้นฐานโครงสร้างที่จะต้องรับน้ำหนักของดิน และ น้ำ รวมถึงชนิดของต้นไม้ที่จะนำขึ้นไปปลูกระบบกันซึมต้องรองรับการชอนไชของราก (root resistant test) ต้องมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เพราะถ้าหากเกิดปัญหาขึ้นจะต้องใช้งบประมาณมากในการจัดทำระบบขึ้นมาใหม่ และ ต้องมีการรื้อถอนต้นไม้ออกเพื่อทำการแก้ไขในการจัดทำสวนบนหลังคาซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาอย่างมาก

3 องค์ประกอบหลัก ของระบบสวนบนหลังคาที่สำคัญที่จะต้องพิจารณา

  1. การเลือกระบบระบายน้ำ

  2. ความหนาของชั้นทรายหยาบและปริมาณดินที่เหมาะสม

  3. แนวลาดเอียงของพื้นหลังคาต้องตรวจสอบและทำการแก้ไขก่อนทำการติดตั้งระบบกันซึมไม่ให้มีการแช่ขังของน้ำ

ในบทความนี้จะเขียนถึงในส่วนของการออกแบบระบบกันซึมและการระบายน้ำ และประเภทของการจัดสวนบนหลังคา


การออกแบบระบบกันซึม และระบายน้ำ
Waterproofing and Drainage

ระบบกันซึมที่จะนำมาใช้สามารถเลือกใช้ได้ทั้งระบบที่เป็นแผ่นกันซึมประเภทพลาสติก หรือ ระบบ liquid apply waterproofing ซึ่งทั้งสองระบบมีข้อดีและข้อด้อยต่างกันออกไป แต่ทั้งสองระบบจะต้องเหมาะสำหรับการแช่ขังของน้ำ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน มีการทดสอบเรื่องการชอนไชของรากไม้ ในที่นี้จะกล่าวถึงระบบกันซึมประเภท พลาสติก พีวีซี หรือ ทีพีโอ หรือ ระบบ liquid apply waterproofing ประเภทโพรียูเรีย ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานสำหรับการจัดสวนบนหลังคา

ระบบกันซึมประเภทแผ่นพลาสติกที่ขึ้นรูปมาจากโรงงาน

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบกันซึมประเภทแผ่นพลาสติกและวิธีการติดตั้ง

ข้อดี  ของระบบกันซึมประเภทแผ่นพลาสติก จะมีความหนาที่สม่ำเสมอเนื่องจากคุณภาพของแผ่นจะได้การควบคุมคุณภาพและผ่านการทดสอบมาจากโรงงานผู้ผลิต ติดตั้งได้รวดเร็ว

ข้อด้อย  ของระบบกันซึมประเภทแผ่นพลาสติก คือ การติดตั้งระบบกันซึมประเภทแผ่นจะมีรอยต่อของแผ่นโดยรอยต่อของแผ่นจะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความกว้างของแผ่นที่ถูกผลิตมา ความกว้างของระบบแผ่นกันซึมโดยมากจะมีความกว้างตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไปมีความยาว 20 เมตร หากไม่มีการตรวจสอบที่ดีในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบอาจเกิดการรั่วซึมที่บริเวณรอยต่อของแผ่นกันซึมได้

ในระหว่างรอการติดตั้งระบบอื่นๆ เช่น ระบบระบายน้ำ ระบบกันซึมที่ติดตั้งไปแล้วอาจเกิดการเสียหายจากการก่อสร้างอื่นๆ หากเกิดการฉีกขาดอาจตรวจสอบได้ยากดังนั้นจะต้องมีการป้องกันอย่างดีในระหว่างการก่อสร้าง

 

ระบบกันซึมประเภท liquid apply waterproofing ในที่นี้จะกล่าวถึงวัสดุประเภทโพลียูเรีย (Polyurea)

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบกันซึมประเภทโพลียูเรีย(Polyurea)

ข้อดี   ของการเลือกใช้ระบบกันซึมประเภท liquid apply waterproofing polyurea เป็นวัสดุประเภทโพลีเมอร์ที่มีความแข็งแรง มีความยืดหยุ่นสูง (>300% elongatin at break) ทนต่อสภาพการแช่งขังของน้ำได้ดี มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่มีรอยต่อ ทนต่อแรงกระแทกได้ดีจึงไม่เสียหายง่ายๆในระหว่างรอการติดตั้งระบบอื่นๆ

ข้อด้อย  ของการเลือกใช้ระบบกันซึมประเภท liquid apply waterproofing เนื่องจากระบบกันซึมที่มีลักษณะเป็นของเหลว หากไม่มีการควบคุมคุณภาพที่ดีพอการควบคุมสัดส่วนการผสมและความหนาของวัสดุที่ติดตั้งอาจไม่ได้ตามข้อกำหนด ดังนั้นผู้ติดตั้งจะต้องมีความชำนาญ และมีประสบการณ์ในการทำงาน รวมถึงผลงานยืนยันประสบการณ์ในการทำงานกับวัสดุประเภทนี้

 

การทดสอบระบบกันซึม

อย่างไรก็ดีขั้นตอนการทดสอบการรั่วซึม โดยการใช้น้ำแช่ขังไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงและสังเกตุการรั่วซึมโดยรอบ ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ! เนื่องจากหากเกิดการรั่วซึมขึ้นในภายหลัง การแก้ไขจะทำได้ยาก ใช้เวลานาน และ ใช้งบประมาณจำนวนมาก เนื่องจากต้องมีการรื้อถอนวัสดุปลูก และระบบระบายน้ำออก

 

การจัดสวนบนหลังคาแบ่งเป็น 2 ประเภท

ประเภทที่ 1 การจัดสวนบนหลังคาแบบใช้ต้นไม้ขนาดเล็ก (extensive green roof)

จะประกอบด้วยระบบกันซึม ชั้นระบายน้ำ (drainage cell+geotextile) ชั้นทรายหยาบ และ ดินที่จะใช้เป็นวัสดุปลูก  โดยชั้นระบายน้ำซึ่งมีลักษณะคล้ายรังผึ้งมีช่องสำหรับกักเก็บน้ำโดยวัสดุระบายน้ำควรมีสิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือกใช้เช่น การกักเก็บน้ำ ขีดความสามารถในการระบายน้ำ ความสามารถในการรับน้ำหนัก โดยแผ่นระบายน้ำมักจะผลิตมาจากผลิตภัณฑ์ประเภทพลาสติกเช่น polyethylene หรือ HDPE เป็นต้นโดยแผ่นระบายน้ำจะผลิตเป็นชิ้นในการติดตั้งจะต้องมาต่อกันเป็นผืนติดตั้งจนเต็มพื้นที่ หลังจากนั้นก็ปูแผ่น Geotextile บนแผ่นระบายน้ำเพื่อทำหน้าที่เป็นชั้นกรอง หลังจากนั้นก็ใช้ทรายหยาบปูทับให้ทั่วบริเวณก่อนนำวัสดุปลูกเช่นดิน หรือ ดินสังเคราะห์ (มีน้ำหนักเบา) มาเป็นวัสดุปลูก

 

ประเภทที่ 2 เป็นระบบสวนบนหลังคาสำหรับการปลูกต้นไม้ใหญ่ (intensive roof garden)

ซึ่งระบบโดยรวมจะเหมือนกับการจัดสวนบนหลังคาแบบใช้ต้นไม้ขนาดเล็ก แต่จะมีข้อแตกต่างที่สำคัญคือ การเลือกใช้ตะแกรงระบายน้ำที่จะต้องรองรับน้ำหนักบรรทุกได้มากกว่าระบบ extensive roof garden

แนวทางการออกแบบเพิ่มเติมที่จะเป็นประโยชน์ในการจัดทำสวนบนหลังคาทั้ง 2 แบบคือควรจะมีการเว้นพื้นที่ด้านข้างผนังไว้ตลอดแนวเรียกว่า edge trim ซึ่งเป็นตะแกรงเหล็กที่ทำจาก stainless steel และการออกแบบช่องครอบบริเวณจุดระบายน้ำ(inspection and maintenance chamber) เพื่อใช้เป็นที่สังเกตุและตรวจสอบการระบายน้ำของระบบสวนบนหลังคา

 


ติดตามความรู้ข่าวสารงานซ่อมบำรุง Maintenance ฟรี! 

เพิ่มเพื่อน
Line Official @kaybiz 

Posted in การวางแผนซ่อมบำรุงดาดฟ้าอาคาร.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *