How to.. วิธีการซ่อมแซมรอยแตกร้าวโครงสร้างคอนกรีตบนหลังคา


วีธีการซ่อมแซมรอยร้าว โครงสร้างคอนกรีตบนหลังคา

  • ในบทความนี้ กล่าวถึงวิธีการ และขั้นตอนซ่อมแซมรอยแตกร้าว 

  • ประเภทของวัสดุที่นำมาใช้ในการซ่อมแซมรอยแตกร้าว 

  • และวิธีการตรวจสอบที่ถูกต้อง


วิธีการซ่อมแซมรอยแตกร้าวแบ่งเป็น 2 ประเภท

  • การซ่อมแซมรอยแตกร้าวคอนกรีตที่มี active leak หมายถึงในขณะที่ทำการซ่อมแซมจะมีน้ำรั่วออกมาตลอดเวลา เช่น สระว่ายน้ำ ห้องใต้ดิน อุโมงค์
  • การซ่อมแซมรอยแตกร้าวคอนกรีตแบบ dry crack หมายถึงในขณะที่ทำการซ๋อมแซมสภาพโดยทั่วไปของโครงสร้างจะแห้งไม่มีน้ำรั่วซึมออกมา เช่น รอยแตกร้าวโครงสร้างของเสา คาน หรือ พื้นดาดฟ้า

วิธีการซ่อมแซมรอยแตกร้าวไม่ว่าจะเป็น dry crack หรือ active leak  มี 3 วิธีการ

1.วิธีการซีลผิวรอยแตกร้าว

เป็นวิธีการที่หมายถึงการซีลเฉพาะบริเวณผิวลึกลงไปประมาณ 5-10 มม. โดยจะใช้เครื่องเจียรทำการเจียรลงไปตามแนวรอยแตกร้าวเป็นลักษณะรูปตัววี แล้วใช้วัสดุประเภท กาวอีพ๊อกซี หรือ โพรียูรีเทน หยอดแล้วปาดให้ผิวกาวที่ใช้เสมอกับผิวปูนเดิม ตามประสบการณ์ของผู้เขียนบทความนี้ อยากแนะนำให้เลือกใช้ กาวโพลียูรีเทน (Polyurethane) หรือ กาวอื่นๆ ที่สามารถทนต่อสภาพภูมิอากาศมีความยืดหยุ่น เหมาะกับการใช้ซีลรอยแตกร้าว เนื่องจากวัสดุประเภทกาวโพรียูรีเทน (Polyurethane) จะมีความยืดหยุ่นสามารถยืดขยายตัวหรือหดตัวตาม การขยายตัวและการหดตัวของคอนกรีตได้ หากเราเลือกใช้วัสดุประเภทที่มีความแข็งแรงแต่มีความยืดหยุ่นน้อย มักจะเกิดปัญหาเรื่องของการหลุดร่อนออกเมื่อใช้งานไปได้ระยะเวลาหนึ่ง 

 

2.วิธีการฉีดอัด (concrete cracks injection) การซ่อมแซมรอยแตกร้าวโครงสร้าง

เราสามารถแบ่งตามลักษณะการซ่อมแซมได้ดังนี้

  • วิธีการปล่อยไหลตามแรงโน้มถ่วง (gravity feed)   วิธีการนี้นับเป็นวิธีการที่ได้ผลดีแต่เหมาะสำหรับการซ่อมแซม พื้น เท่านั้น ไม่เหมาะกับการซ่อมแซมโครงสร้างในแนวตั้งเนื่องจากวัสดุจะมีค่าความหนืดต่ำ (viscosity) สามารถไหลตัวได้ดีใกล้เคียงกับน้ำ โดยคุณสมบัติของวัสดุประเภทนี้ จะมีความแข็งแรงสูง มีค่าการยึดเกาะดี ไม่มีส่วนผสมของสารทำละลาย (สารละลายเป็นสาเหตุให้วัสดุเกิดการหดตัวและอาจทำให้การซีลไม่สมบูรณ์)กาวที่ใช้ซ่อมแซมมี 2 ประเภท ประเภทอีพ๊อกซี (Epoxy) และ โพรียูรีเทน (Polyurethane) สามารถเลือกใช้งานได้ทั้ง 2 ประเภท ขั้นตอนการทำงาน จะต้องใช้เครื่องเจียรทำการเจียรตามแนวรอยแตกร้าวให้เป็นรูปตัววีลึกลงไปในผิวคอนกรีตไม่น้อยกว่า 5 มม. เพื่อให้น้ำยาแช่ขังอยู่ในร่องตัววีได้ น้ำยาจะค่อยๆไหลซึมลงไปในรอยแตกร้าวได้เอง

 

  • วิธีการซ่อมแซมแบบใช้แรงดันต่ำ   วิธีการนี้เป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับซ่อมแซมรอยแตกร้าวโครงสร้างพื้นคอนกรีตและผนังหรือเสาโครงสร้าง เนื่องจากวิธีการนี้จะใช้กาว ร่วมกับกะเปาะที่สามารถใช้ลมอัดเข้าไปในกะเปาะ โดยกระเปาะจะถูกออกแบบมาเพื่อให้เก็บแรงดันลมที่อัดเข้าไป แล้วค่อยๆปล่อยออกมาจะทำให้มีแรงดันเบาๆ ค่อยๆ อัดน้ำยาให้ซึมเข้าไปในรอยแตกร้าวในขั้นตอนการทำงานจะต้องมีเจาะรูที่บริเวณรอยแตกร้าว หรือ อาจใช้วิธีการเจาะที่บริเวณด้านข้างของรอยแตกร้าว โดยการเจาะแบบนี้จะต้องเจาะแบบสลับด้านซ้าย สลับ กับด้านขวาของรอยแตกร้าว ส่วนระยะห่างของรูที่เจาะก็ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของผู้ผลิต และ ต้องทำการซีลตลอดแนวรอยแตกร้าวเพื่อป้องกันไม่ให้นำยาไหลออกมาในขณะที่กระเปาะแรงดันกำลังทำงาน

3. วิธีการซ่อมแซมแบบใช้แรงดันสูง(เหมาะสำหรับการใช้ซ่อมแซมรอยแตกร้าวแบบ active leak)

 

วิธีการนี้จะใช้ปั๊มที่สามารถสร้างแรงดัน ปริมาณแรงดันที่จะใช้ก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้รับเหมา ปั๊มที่ใช้มีทั้ง 2 แบบ คือ แบบ manual และ แบบใช้ไฟฟ้า ขั้นตอนการทำงานก็จะต้องทำการเจาะรูที่ด้านข้างของรอยแตกร้าวโดยการเจาะจะสลับด้านซ้าย กับ ด้านขวา ของรอยแตกร้าวสลับกัน จะไม่เจาะลงไปตรงๆบนรอยแตกร้าว และจะต้องใช้อุปกรณ์สิ้นเปลืองที่เรียกว่าหัวอัดฉีดกาวประสานชนิดป้องกันการไหลย้อนกลับ  injection packer สอดลงไปในรูที่ได้เจาะเตรียมเอาไว้ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของ injection packer จะมีขนาดโดยเฉลี่ย 14-16 มม.

ดังนั้นขนาดของรูที่เจาะจะต้องมีขนาดรูที่ใหญ่กว่าขนาดของ injection packer และจะต้องทำการซีลรอยแตกร้าวด้วยกาวอีพ๊อกซีไปตลอดแนวความยาว เนื่องจากในขณะทำการฉีดอัดด้วยปั๊มที่มีแรงดันน้ำยาจะไม่ไหลซึมออกมาบนรอยแตกร้าว แรงดันที่ใช้ในการอัดน้ำยาก็ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยแตกร้าว

 

*** จากประสบการณ์ในการทำงานซ่อมแซมรอยแตกร้าวคอนกรีต ผู้เขียนมีความเห็นว่า การซ่อมแซมด้วยวิธีการ ปล่อยไหล (non pressure) และ การซ่อมแซมด้วยแรงดันต่ำ (low pressure) เป็นวิธีการที่ได้ผลดีกว่าวิธีการใช้แรงดันสูง เนื่องจากการใช้แรงดันสูงอาจเกิดปัญหาเรื่องการรั่วไหลของวัสดุทำให้วัสดุไม่ไหลซึมเข้าสู่รอยแตกร้าว และ มีราคาแพงกว่าการซ่อมแซมแบบปล่อยไหล

หมายเหตุ วิธีการซ่อมแซมรอยแตกร้าวที่เขียนขึ้นเหมาะสำหรับการซ๋อมแซมรอยแตกร้าวพื้นโครงสร้างคอนกรีตดาดฟ้า ซึ่งมีความแตกต่างกันออกไปกับการซ่อมแซมห้องใต้ดิน หรือ ถังเก็บน้ำที่รั่วซึม ซึ่งจำเป็นต้องใช้วิธีการซ่อมแซมรอยแตกร้าวแบบแรงดันสูง ซึ่งทางผู้เขียนจะได้มานำเสนอในบทความต่อๆไป

ประเภทของวัสดุกาวที่นำมาใช้ในการซ่อมแซมรอยแตกร้าว

วัสดุที่ใช้สำหรับซีลปิดผิวหน้ารอยแตกร้าวมักจะใช้กาวประเภทอีพ๊อกซี epoxy ผสมทรายละเอียดเพื่อให้วัสดุมีความหนืดที่พอเหมาะไม่ไหลย้อยเพื่อใช้ซีลผิวรอยแตกร้าวส่วนวัสดุที่ใช้ซ่อมแซมรอยแตกร้าวจะมี 2 ประเภท คือ กาวอีพ๊อกซี และ กาวโพรียูรีเทน ที่มีความหนืดต่ำ มีการยึดประสานที่ดี มีค่าการรับกำลังอัดที่ดี อย่างไรก็ตาม ทางผู้เขียนมีความเห็นว่า ในกรณีที่คอนกรีตมีความชื้นการเลือกใช้กาวประเภท โพรียูรีเทนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เนื่องจาก โพรียูรีเทนเป็นกาวที่เป็นส่วนผสมของสารเคมีประเภท Isocyanate ซึ่งสารเคมีประเภทนี้จะขยายตัวเมื่อทำปฏิกิริยากับความชื้น ทำให้การซีลนั้นมีการกันซึมผ่านของน้ำได้ดี  

วิธีการตรวจสอบ

วิธีการตรวจสอบสามารถทำได้โดยการเจาะ (coring) คอนกรีตบริเวณที่มีการซ่อมแซมรอยแตกร้าวเพื่อตรวจสอบตัวอย่างว่าวัสดุสามารถซึมลงไปในรอยแตกร้าวได้ลึกเท่าไร อย่างไรก็ตามการสังเกตุด้วยตาเปล่าอาจมองเห็นได้ยากเนื่องจากรอยแตกร้าวคอนกรีตมักมีขนาดเล็กเท่าเส้นผม แต่ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ผู้ผลิตบางรายจะผสมสีสะท้อนแสงลงไปในวัสดุที่ใช้ซ่อมแซม เมื่อตรวจสอบด้วยแสง อุลตราไวโอเล็ต จะสามารถมองเห็นวัสดุที่ใช้ซีลได้


 

ติดตามความรู้ข่าวสารงานซ่อมบำรุง Maintenance ฟรี! 

เพิ่มเพื่อน
Line Official @kaybiz 

Posted in การวางแผนซ่อมบำรุงดาดฟ้าอาคาร.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *